ค้นพบเสน่ห์แห่งธรรมชาติ
ณ พัทลุง
เมืองหนังโนรา อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้ำพุร้อน
จุดหมายปลายทาง
ที่คุณไม่ควรพลาด
สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งธรรมชาติอันบริสุทธิ์ วัฒนธรรมที่งดงาม และวิถีชีวิตชาวใต้ที่เป็นเอกลักษณ์
สะพานเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา
ผู้เขียน
แอดมินกระดุม
“สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ฯ” หรือ “สะพานเอกชัย” ถือเป็นสะพานข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดในประเทศไทยเลยนะ มีความยาวถึงประมาณ 5.5 กม. เชื่อมระหว่างทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง กับ อ.ระโนด จ.สงขลา นำทาง ถนนที่ถูกขนาบข้างไปด้วยทะเลหลวงและทะเลน้อยเชื่อมต่อระหว่าง ๒ จังหวัดคือสงขลากับพัทลุง และเป็นถนนที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความสุข ด้วยวิถีธรรมชาติและวิวสวย ๆ ของทะเลสุดลูกหูลูกตา วิถีชีวิตควายน้ำ และนกนานาพันธุ์ ถนนที่ว่านี้คือ “ถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550” อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุงถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 โดยตลอดเส้นทางจะมีวิวสวยๆ งามๆ และความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติให้ได้เห็นกันตอนขับรถ รวมถึงมีจุดจอดแวะให้ถ่ายรูป ซึ่งไฮไลท์เด่นๆ ก็คือทิวทัศน์ทะเลน้อยอันกว้างไกลสุดสายตา เหล่าบรรดานกน้ำมากมาย และหากโชคดีก็จะได้ยลโฉมฝูงควายน้ำที่หาดูได้ยากอีกด้วย ความเป็นมา เป็นเส้นทางในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท โดยใช้ชื่อรหัสสายทาง พท. 3037 เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2550 เป็นสายทางที่สร้างตามแนวระหว่างทะเลน้อยกับทะเลหลวงของทะเลสาบสงขลา ซึ่งชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างถนนลูกรังกันมาก่อนแต่มีปัญหาถนนพังชำรุดง่ายและเมื่อถึงฤดูน้ำหลากก็ยังเป็นแนวขวางทางระบายน้ำระหว่างทะเลน้อยกับทะเลหลวง ถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เป็นถนน (สะพาน) ที่ข้ามทะเลสาบที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างบ้านบ้านไสกลิ้งกับบ้านหัวป่า ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2546 แล้วเสร็จและเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2550 ในการก่อสร้างนั้นได้สร้างตามแนวถนนเดิมซึ่งอยู่ระหว่างทะเลหลวงกับทะเลน้อย เริ่มต้นจากมีการสร้างเป็นถนนดินลูกรัง ถมลงไปในเขตทะเลในช่วงที่ตื้น ๆ เพื่อเชื่อมให้เป็นพื้นดินต่อกัน โดยการริเริ่มของท่านพระครูกิตติวราภรณ์ เจ้าอาวาสที่วัดป่าลิไลย์ ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ใช้เงินจากการทอดผ้าป่าบ้าง ทอดกฐินบ้าง ผู้ใจบุญบริจาคให้บ้าง แต่ก็ทำได้แค่ถนนลูกรังกับสะพานไม้เท่านั้น ต่อมาเมื่อนายสุรใจ ศิรินุพงศ์ ส.ส. สงขลา (ประมาณปี 2531) เลือดเนื้อเชื้อไขของผู้ใหญ่บ้านจวน ศิรินุพงศ์ คนทุ่งตะเครียะโดยกำเนิด ร่วมกับ ส.ส. พัทลุงอีก 3 คน คือนายวีระ มุสิกพงศ์ (นายวีระกานท์) นายโอภาส รองเงิน และนายพร้อม บุญฤทธิ์ ลงนามในหนังสือเสนอรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายข่ายประจำปี 2531 ของบประมาณก่อสร้างถนนเชื่อม จังหวัดพัทลุงกับจังหวัดสงขลาด้วยเหตุผลที่ว่า 1) เป็นการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว2) เป็นการพัฒนาอาชีพการประมงน้ำจืด3) เป็นเส้นทางลำเลียงวัสดุก่อสร้างที่จำเป็น4) เป็นเส้นทางที่ประชาชน ในจังหวัดสงขลา พัทลุง ตรัง นครศรีธรรมราช สตูล มีโอกาสนำผลผลิตทางการเกษตรไปจำหน่ายได้สะดวก5) เป็นเส้นทางที่จะอำนวยความสะดวกในการพัฒนาทะเลสาบสงขลาให้บรรลุเป้าหมาย ในที่สุดก็ได้รับงบประมาณ ๑๓๕ ล้านบาท ข้อมูลอ้างอิง ฐานข้อมูลท้องถิ่นภาคใต้
วัดพระบรมธาตุเจดีย์เขียนบางแก้ว
ผู้เขียน
แอดมินกระดุม
นำทาง เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง พ.ศ. 2533 เป็นวัดเก่าแก่ที่มีพระธาตุบางแก้ว สร้างแบบเดียวกับพระมหาธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชแต่ขนาดเล็กกว่า เป็นปูชนียสถานที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดพัทลุง วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองพัทลุงมาตั้งแต่สมัยศรีวิชัย และเป็นโบราณสถานที่เก่าแก่มากที่สุดของจังหวัดพัทลุง สำหรับประวัติของวัดนี้มีตำนานเล่าว่า นางพญาเลือดขาว กับ พระยากุมาร ได้สร้างวัดจนเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 1492 และได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากเกาะลังกา มาบรรจุไว้ในพระบรมธาตุเจดีย์ในปี พ.ศ. 1493 นอกจากนี้ยังมีการค้นพบซากปรักหักพังของศิลาแดงและพระพุทธรูปเก่าแก่มากมายภายในวัด จึงมีการสันนิษฐานกันว่า บริเวณวัดเขียนบางแก้วอาจเคยเป็นที่ตั้งของเมืองพัทลุงมาก่อน น่าชม - พระบรมธาตุเจดีย์บางแก้ว บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากลังกา เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ก่อด้วยอิฐสูง 22 เมตร มีฐานะเสมอเหมือนพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช และพระบรมธาตุไชยา และมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อันเป็นบ่อน้ำคู่พระบรมธาตุ ว่ากันว่าน้ำจากบ่อนี้ เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งนำไปใช้ประกอบพิธีดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยาในสมัยโบราณ และใกล้ ๆ กันกับบ่อน้ำ ยังพบร่องรอยของ วิหารถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ในอดีต ให้ได้ชมกันด้วย - โบราณวัตถุสำคัญอย่าง ศิวลึงค์ และ ฐานโยนี อันเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งบอกว่าบริเวณนี้มีการรับอารยธรรมอินเดียมาตั้งแต่สมัยต้นประวัติศาสตร์ - พิพิธภัณฑ์ของชาติวัดเขียนบางแก้ว เป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงพระพุทธรูป รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ โดยผู้สนใจเข้าชมต้องติดต่อขอรับกุญแจจากเจ้าอาวาส ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง
วนอุทยานเมืองเก่าชัยบุรี
ผู้เขียน
แอดมินกระดุม
เมืองชัยบุรี มีมาตั้งแต่ในสมัยอยุธยา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษาอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพัทลุงตามหลักฐานที่ได้บันทึกเก็บไว้มาตั้งแต่อดีต โดยวนอุทยานเมืองเก่าชัยบุรี เกิดจากการรวมตัวของราษฎรบ้านคอกวัว หมู่ที่ 1 ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง มอบที่ดินทำกินให้เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์และจัดทำโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ มาประกาศจัดตั้งกำหนดให้เป็นวนอุทยาน โดยได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้ มีพื้นที่ทั้งหมด 1,875 ไร่ จัดตั้งเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2544 ครอบคลุมพื้นที่ป่าเขาชัยบุรี และเขาพลู ซึ่งเป็นป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ต่อมาในวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ได้มีประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำหนดบริเวณพื้นที่ในท้องที่ตำบลพนมวังก์ อำเภอควนขนุน ตำบลชัยบุรี อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ให้เป็นวนอุทยานเนื้อที่ 1,707 ไร่ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 301 ง วันที่ 24 ธันวาคม 2563 ปืนใหญ่เหล็กของฮอลันดา (Finbanker of Dutch Pattern) อ้างอิง จาก สำนักงานศิลปากรที่ 11 สงขลา พบที่เมืองพัทลุงที่เขาชัยบุรี จังหวัดพัทลุง ปืนใหญ่เหล็กของฮอลันดา (Finbanker of Dutch Pattern) กิจการอุตสาหกรรมหล่อปืนในสวีเดนที่มีชื่อมากตั้งอยู่ที่เมือง Finspang มณฑล Ostergotland ลงทุนโดยนักค้าแร่ชาวฮอลันดาชื่อนายหลุยส์ เดอ เกียร์ ที่มองเห็นผลกำไรจากการค้าปืนใหญ่กับบริษัท V.O.C. ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๑ โรงหล่อปืนแห่งเมืองนี้ดำเนินงานโดยชาวสวีเดนชื่อนายวัลลูน และนายวิลเลียม เดอ เบซ ปืนใหญ่ที่หล่อขึ้นที่ Finspang ถูกนำเข้าประเทศฮอลันดาโดยนายหน้าค้าอาวุธสองคนที่เมือง Amsterdam ชื่อนายอีลาส ทริป ซึ่งเป็นพี่เขยของนายหลุยส์ เดอ เกียร์ และนายควินจัน ไบรอัน โดยขายให้กับหอการค้าของบริษัท V.O.C. (Vereenigde Oostindische Compagnie) เมือง Amsterdam ทั้งนี้ปืนเหล็กที่ส่งมาจำหน่ายที่บริษัท V.O.C. มักพบจารึกรูปตัว F ที่เพลาปืนด้านซ้ายและขวา และเมื่อบริษัท V.O.C. เมือง Amsterdam ได้รับปืนแล้วจะมีการทดสอบการยิง เมื่อปืนกระบอกใดผ่านการยิงทดสอบจะมีการจารึกสัญลักษณ์รูปประภาคารหรือที่เรียกว่า Amsterdam light house เพื่อเป็นการรับรองในการผ่านการทดสอบการยิงของปืนแต่ละกระบอก (proof firing) ส่วนน้ำหนักของปืน มักพบจารึกอยู่บนแหวนเสริมความแข็งแรงของปืนท้ายกระบอกในรูปของตัวเลขอารบิคและตัวอักษร A เช่น 2306A หมายถึงปืนกระบอกนี้หนัก 2610 Amsterdam Pound (1 Amsterdam Pound เท่ากับ 0.49409 กิโลกรัม) ปืนกระบอกนี้จึงหนักราว 1,139.371 กิโลกรัม ปืนใหญ่พบที่เมืองพัทลุงที่เขาชัยบุรี สันนิษฐานว่าทางราชการน่าจะเป็นผู้จัดหามาประจำการที่เมืองแห่งนี้ตั้งแต่สมัยอยุธยาและเรียกชื่อปืนเหล่านี้ว่า ปืนบะเรียม ปืนมะเรียม ปืนเปรียม ปืนเบรียม หรือ ปืนบ้าเหลี่ยม ซึ่งมีความหมายอย่างกว้างสำหรับเรียกปืนใหญ่ที่หล่อด้วยเหล็กหรือสำริด ซึ่งนำเข้ามาจากประเทศตามแถบยุโรป เมื่อเมืองพัทลุงที่เขาชัยบุรีร้างไปในช่วงหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ ปืนเหล่านี้ก็ถูกทิ้งไว้จนกระทั่งพ.ศ.๒๔๐๓ พระยาพัทลุง (ทับ ณ พัทลุง) มีบัญชาให้รื้ออิฐกำแพงเมืองชัยบุรี และย้ายปืนประจำเมืองมาไว้ที่เมืองพัทลุง ครั้นถึงพ.ศ.๒๔๗๗ นายถัด พรหมมานพ ครูใหญ่โรงเรียนพัทลุงในขณะนั้น ให้นักเรียนลูกเสือลากปืนใหญ่ทั้งสองกระบอกนี้มาไว้ที่โรงเรียนพัทลุง และคงตั้งอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน ปืนใหญ่กระบอกที่ ๑ ขนาด ยาว ๒๕๘ เซนติเมตร ที่เก็บรักษา หน้าเสาธงโรงเรียนพัทลุง (ฝั่งตะวันตก) อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง ปืนใหญ่กระบอกที่ ๒ ขนาด ยาว ๒๕๘ เซนติเมตร ตราประทับ Amsterdam light house น้ำหนักปืน 2306 Amsterdam Pound ที่เก็บรักษา หน้าเสาธงโรงเรียนพัทลุง (ฝั่งตะวันออก) อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง กำแพงเมืองพัทลุง เขาชัยบุรี
สร้างความทรงจำดีๆ
กับทริปพัทลุงของคุณ
ไม่ว่าจะเป็นสายลุย สายธรรมชาติ หรือสายชิล เรามีโปรแกรมท่องเที่ยวที่เหมาะกับคุณ พร้อมส่วนลดที่พักและร้านอาหารชั้นนำมากมาย
E-Ticket & Pass
จองตั๋วล่วงหน้า สะดวกรวดเร็ว